ทุกวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปีองค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น วันผู้สูงอายุสากล (International Day of Older Persons) พร้อมจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อยกย่องคุณค่าของผู้สูงวัยและให้คนทั่วไปตระหนักว่าชั่วชีวิตที่ผ่านมา ผู้สูงวัยได้สร้างคุณประโยชน์ คุณงามความดีมากมาย และยังสร้างความตระหนักว่า “การแก่” ไม่ได้หมายถึงการหมดพลัง แต่คือช่วงเวลาที่ต้องดูแลสุขภาพและจิตใจให้มากขึ้นเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ลูกหลานในครอบครัวสามารถช่วยดูแลและเยียวยาจิตใจให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เพื่อลดความเสี่ยงจากการภาวะซึมเศร้าและการแยกตัวออกจากสังคม ด้วยการ พาผู้สูงอายุไปทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ, ชวนออกกำลังกาย, ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ, พาไปตรวจสุขภาพประจำปี และแสดงความรักต่อกันบ่อย ๆ
ผู้สูงอายุกับ สุขภาพกายที่ต้องใส่ใจ
เมื่ออายุมากขึ้น ระบบร่างกายก็เสื่อมถอยตามธรรมชาติ โรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจ มักพบได้บ่อย การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุจึงควรเริ่มที่เรื่องง่าย ๆ ได้แก่
- การออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน เล่นรำวง หรือโยคะสำหรับผู้สูงอายุ
- การกินอาหารครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผักผลไม้สด
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับที่มีคุณภาพช่วยซ่อมแซมร่างกาย
สุขภาพใจของผู้สูงอายุ : เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ผู้สูงวัยหลายคนอาจเผชิญกับความเหงาหรือความรู้สึกไร้ค่า การพูดคุยกับลูกหลาน การทำงานอดิเรก หรือการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน จึงเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มจิตใจ ทำให้ยังคงรู้สึกมีบทบาทและมีความหมายในครอบครัวและสังคม
ดูแลผู้สูงอายุด้วยพลังจากธรรมชาติ
นอกจากการดูแลสุขภาพกายและใจแล้ว การเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ก็ช่วยเสริมสุขภาพได้ เช่น ชาหมัก (Kombucha) ที่อุดมด้วยโพรไบโอติกส์ ช่วยปรับสมดุลลำไส้ เสริมการขับถ่าย และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย การดื่มชาหมักเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ผู้สูงวัยรู้สึกสดชื่น และมีพลังในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า
แหล่งข้อมูล


