จัดส่งขั้นต่ำ 3 ขวดขึ้นไป

8 วิธีฟื้นฟูระบบเผาผลาญ กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน !

        

          หลายคนอาจจะเจอปัญหาที่ทำให้รู้สึกท้อใจ เพราะไม่ว่าจะออกกำลังกายเท่าไหร่ กินอาหารสุขภาพเท่าไหร่ น้ำหนักก็ไม่ลงสักที กลับกันก็จะมีกลุ่มคนที่กินเยอะแค่ไหนก็ไม่อ้วน มันน่าเจ็บใจใช่ไหมล่ะคะ สาเหตุจริง ๆ เป็นเพราะว่า “ระบบเผาผลาญ” ของแต่ละคนไม่เท่ากันนั่นเอง ซึ่งระบบเผาผลาญนั้นมีความสำคัญมาก เพราะระบบการเผาผลาญทำหน้าที่เผาผลาญอาหารและกระจายสารอาหารต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เมื่อระบบการเผาผลาญดี ก็จะช่วยให้ร่างกายมีปริมาณไขมันน้อยลง และมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น ในวันนี้ Ms.organics ก็มี 8 วิธีดี ๆ ช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญ ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ดียิ่งขึ้นมาฝากทุกคนค่ะ 

          แต่ต้องขอบอกก่อนว่า 8 วิธีที่ช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญนี้ เป็นการทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นเท่านั้น  ยิ่งคุณเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งลดน้ำหนักได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่ง 10 วิธีที่ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นนั้นก็ได้ไม่ใช่การลดน้ำหนักโดยตรง เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ร่างกายดีขึ้น แต่ถ้าอยากมีสุขภาพดี หุ่นดี ก็ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะคะ

   1.  ทานโปรตีนในทุกมื้อ

     
           การทานโปรตีนเป็นการเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ นอกจากโปรตีนจะช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อแล้ว โปรตีนยังมีส่วนช่วยในการลดไขมัน เพราะโปรตีนใช้พลังงานในการเผาผลาญ ย่อย และดูดซึมมากที่สุดเมื่อเทียบกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน อีกทั้งโปรตีนยังทำให้รู้สึกอิ่มท้องเพื่อป้องกันไม่ให้ทานอาหารมากเกินความจำเป็น

2.  ดื่มชาเป็นประจำ

   

          การดื่มชาสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้มากถึง 10 - 17  % เพราะชาจะช่วยแปลงไขมันที่เก็บไว้ในร่างกายให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้ แต่การดื่มชานั้นต้องเป็นชาที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ใช่ชาที่ปรุงแต่งใส่สารต่าง ๆ หรือน้ำตาลเยอะจนเกินไป ไม่อย่างนั้นจะส่งผลให้ระบบเผาผลาญแย่และได้ไขมันสะสมเพิ่มขึ้นไปอีก จากการดื่มชาที่ให้ประโยชน์ อาจจะได้โทษกลับมาแทน

 

3. ยืนบ่อย ๆ

         

          การนั่งมากไปไม่ดีต่อสุขภาพ นักวิชาการบางท่านถึงกับขนานนามการนั่งว่าเป็น “the new smoking”  เพราะการนั่งเป็นเวลานานจะทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้น้อยและอาจส่งผลให้น้ำหนักขึ้น ในช่วงพักเที่ยงหรือช่วงบ่ายลองลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน แล้วขยับเขยื้อนสักนิดสักหน่อย จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 174 แคลอรี่เลยทีเดียว

 

4. ทานอาหารรสเผ็ด

 

          จากงานวิจัยพบว่า พริกชนิดต่าง ๆ มีสารแคปไซซิน (capsaicin) ที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย การทานอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจะกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทานอาหารรสเผ็ด ดังนั้นจึงควรทานพริกในปริมาณที่พอดีเพราะหากทานมากไปอาจจะทำให้ลำไส้ระคายเคืองได้

 

5.  ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ

 

          จากงานวิจัยพบว่า การดื่มน้ำ 500 มล. จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ 10 - 30 % โดยเฉพาะน้ำเย็นจะมีส่วนช่วยในการเผาผลาญมาก เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนเท่าอุณหภูมิร่างกาย 

           อีกทั้งยังพบว่าผู้ที่ดื่มน้ำในช่วงครึ่งชั่วโมงก่อนรับประทาน น้ำหนักจะลดลงมากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำก่อนทานอาหาร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการดื่มน้ำก่อนทานอาหารทำให้ทานอาหารได้ในปริมาณที่พอเหมาะ

 

6. ออกกำลังกายแบบ High - Intensity

 

          HIIT หรือ High-intensity interval training เป็นการออกกำลังกายแบบรวดเร็วและหนัก ช่วยให้เผาผลาญไขมันได้มากแม้ว่าจะออกกำลังกายเสร็จแล้วก็ตาม

          ในการศึกษาหนึ่งพบว่าเมื่อผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานมาออกกำลังกายแบบ HIIT เป็นเวลา 12 สัปดาห์ สามารถลดน้ำหนักได้ 2 กิโลกลัม และลดไขมันหน้าท้องไปได้ถึง 17 % 

          หนึ่งในการออกกำลังกายแบบ HIIT ที่ทุกคนรู้จักกันดีคือการกระโดดเชือก ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและได้ผลมากที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

 

7. ดื่มกาแฟ

 

          กาแฟมีคาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ดี คาเฟอีนช่วยเร่งการเผาผลาญได้ 5 - 8 % หรือ 98 - 174 แคลอรี่ต่อวัน และช่วยแปลงไขมันในร่างกายเช่นเดียวกับชา ซึ่งการดื่มกาแฟที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญนั้นควรเป็นกาแฟที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งมาก ไม่ใส่ครีมและน้ำตาล หรือมีเพียงปริมาณน้อย เช่น อเมริกาโน กาแฟดำ เป็นต้น

 

8. นอนหลับให้เพียงพอ

     

        ควรนอนหลับอย่างน้อย 7 - 8 ชั่วโมงขึ้นไป การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งมีโอกาสพัฒนากลายเป็นโรคเบาหวาน ยิ่งนอนไม่เพียงพอยิ่งเพิ่มฮอร์โมนเกรลิน (ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความหิว ในขณะเดียวกันก็จะลดฮอร์โมนเลปติน (leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนควบคุมความอิ่ม การนอนหลับไม่เพียงพอไม่เพียงแต่ส่งผลเสียให้แก่การควบคุมน้ำหนัก แต่ยังส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

 https://www.healthline.com/nutrition/10-ways-to-boost-metabolism

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16840650/ 

 

Leave a comment

Please note, comments must be approved before they are published