จัดส่งขั้นต่ำ 3 ขวดขึ้นไป

เมาค้างมีทางแก้ ! แชร์ 6 วิธีดี ๆ รับมืออาการเมาค้าง

 

 

          “การเมาค้าง” หรือที่เรียกกันอยากคุ้นหูว่า “แฮงก์” ที่ย่อมาจากภาษาอังกฤษคำว่า “Hangover” เป็นสิ่งที่นักดื่มแทบทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ตอนกลางคืนสนุกสนานแต่ตอนเช้าอาการสาหัสเพราะเมาค้าง แม้ว่าคุณจะเป็นนักดื่มมือใหม่หรือนักดื่มคอแข็งที่ไม่เคยมีใครโค่นคุณได้ หากดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากก็ไม่มีทางรอดพ้นอาการเมาค้างไปได้สักราย ในงานวิจัยจำนวนมากกล่าวว่า ปัจจุบันไม่มียังไม่มียาใดที่แก้อาการเมาค้างได้ 100% วิธีที่ดีที่สุดคือดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ดื่มอย่างมีสติ หรือไม่ดื่มเลย ซึ่งนั่นก็คงเป็นเรื่องยาก ถ้าในวันนั้นคุณมีความจำเป็นต้องเข้าร่วมการสังสรรค์ ดังนั้นวันนี้ ms.organics จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาการเมาค้าง วิธีป้องกัน และวิธีรับมือกับอาการเมาค้างกันค่ะ

 

ทำไมถึงเกิดอาการเมาค้าง ?

 

           แอลกอฮอล์เป็นสารกดประสาทชนิดหนึ่ง ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วฤทธิ์ของมันจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลง หลังจากหยุดดื่มแล้ว สารพิษจากแอลกอฮอล์ก็ยังตกค้างอยู่ในร่างกายได้หลายชั่วโมง ซึ่งการสูญเสียสารสำคัญต่าง ๆ ในร่างกายนำไปสู่การเมาค้าง ซึ่งมีอาการต่าง ๆ เช่น เหนื่อยล้า ปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ เป็นต้น บางคนสามารถเกิดอาการเมาค้างได้แม้ดื่มไม่มาก ส่วนบางคนอาจต้องดื่มในปริมาณมากถึงจะเกิดอาการ โดยปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้รับเข้าไปนั้นส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย

 

แอลกอฮอล์ส่งผลต่อสมองขนาดไหน?

          

          หลังจากเราดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกาย แน่นอนว่าแอลกอฮอล์เป็นสารกดประสาทที่ร่างกายพยายามที่จะกำจัดออกไป แต่ขณะที่ร่างกายกำลังรอตับขับสารพิษนี้นั้น แอลกอฮอล์ก็ได้เดินทางไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก เพื่อดูดซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด เมื่อไหลวนในกระแสเลือดแล้ว ก็จะเดือนทางไปยังสมอง โดยถูกดูดซึมเข้าสมองหลายส่วน เช่น

  • สมองส่วนหน้า (Frontal lobe)
  •           เวลาอยู่ในผับบาร์ เราจะเห็นว่าคนเมาเต้นกันสนุกสนาน บางคนก็สนุกเกินปกติ นั่นก็เป็นเพราะสมองส่วนหน้าที่มีหน้าที่ควบคุมการตัดสินใจ อารมณ์ ความคิด สติปัญญา บุคลิกภาพ หากดื่มมากไปจะทำให้เราขาดความยับยั้งชั่งใจ ตัดสินใจผิดพลาด ทำให้เปิดเผยบุคลิกภาพที่ปกติเราไม่เคยเผยออกมา

  • สมองส่วนความจำ (Hippocampus) 
  •           “ดื่มเหล้าเพื่อลืมเธอ” คำนี้ก็อาจจะใช้ไม่ได้จริงเสมอไป เพราะบางทียิ่งดื่ม ก็ยิ่งกระตุ้นให้เราจำเหตุการณ์เก่า ๆ ได้มากขึ้น ที่เห็นหลาย ๆ คน ร้องไห้ฟูมฟายตอนเมา หรือมีจิตใจอ่อนไหวง่าย นั่นมาจากแอลกอฮอล์ซึมเข้าไปในสมองส่วนนี้ ทำให้บางความทรงจำที่มันเลือนรางไป หรือความทรงจำบางอย่างที่เก็บไว้ ถูกกระตุ้นขึ้นมาเมื่อดื่มแอลกอฮอล์

  • สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
  •           สมองส่วนนี้มีหน้าที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ความหิว ความอิ่ม การนอนหลับ หากสมองส่วนนี้ถูกซึมซับด้วยแอลกอฮอล์จะทำให้หิวง่าย กระหายน้ำ การเต้นของหัวใจและความดันโลหิตจะแปรปรวน และมีปัญหากับการนอนหลับ

  • ก้านสมอง (Brain Stem)
  •           คอยควบคุมการส่งถ่ายข้อมูลจากสมองไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อดื่มในปริมาณมาก จะทำให้การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ช้าลง

  • ก้านสมองส่วนท้าย (Medulla oblongata)
  •           สมองส่วนนี้มีหน้าที่ควบคุมการหายใจ การอาเจียน อัตราการเต้นของหัวใจ และความดันเลือด หากดื่มมากไปอาจทำให้คลื่นไส้ หากดื่มเกินที่ร่างกายรับไหวอาจจะมีอาการมากถึงขั้นหมดสติ หยุดหายใจ และเสียชีวิตได้

     

    6 วิธีรับมืออาการเมาค้าง

              การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสมองตามที่กล่าวไปเบื้องต้นแล้ว ยังส่งผลต่อตับ เพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้สารพิษที่ร่างกายได้รับมาสะสมในตับ หากดื่มบ่อย ๆ อาจนำไปสู่ตับอักเสบ พังผืดที่ตับ และกลายเป็นตับแข็งที่สุด จากงานวิจัยบอกว่าไม่มียาใดที่ลดอาการเมาค้างได้ 100% วิธีที่ดีที่สุดคือดื่มในปริมาณน้อย แต่ในปัจจุบันมีวิธีที่หลาย ๆ คนนิยมใช้ป้องกันและบรรเทาอาการเมาค้างอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถูกสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ มีดังนี้

     

    1. ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่จำกัด

              มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ติดตามนักดื่มวัยหนุ่มสาวจำนวน 112 คน พบว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากจะมีอาการเมาค้างรุนแรงกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งคนที่ดื่มหนักกว่า 68 % มีอาการเมาค้าง นั่นหมายความว่ายิ่งคุณดื่มหนัก คุณยิ่งเสี่ยงต่อการเมาค้าง หากคุณดื่มน้อย คุณก็มีโอกาสที่จะเมาค้างน้อยเช่นกัน

     

     2. ดื่มน้ำเยอะ ๆ 

              เทคนิคในการดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่เสี่ยงต่อการเมาค้างคือ ดื่มแอลกอฮอล์หนึ่งแก้วแล้วตามด้วยน้ำหนึ่งแก้ว รวมไปถึงดื่มน้ำแก้วใหญ่ก่อนนอนอีกหนึ่งแก้ว ต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะกว่าแอลกอฮอล์ เพื่อให้ร่างกายปวดปัสสาวะและนำสารตกค้างจากแอลกอฮอล์ออกมาพร้อมปัสสาวะ บางคนอาจดื่มชาร่วมด้วย เพราะชามีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อน ๆ 

     

    3. ทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

              การรับประทานอาหารเช้าที่ดีจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ถึงแม้ว่าบางครั้งน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ได้เป็นสาเหตุของอาการเมาค้าง แต่มันก็มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะหากมีน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็ส่งผลให้เกิดอาการอื่น ๆ ได้ เช่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และไม่มีแรง  นอกจากนั้นการรับประทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพยังช่วยเติมวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ ซึ่งส่งผลให้แอลกอฮอล์ในร่างกายลดลง 

     

     4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

       

              การนอนพักผ่อนเยอะ ๆ หลังจากดื่มมาอย่างหนัก จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ถึงแม้ว่าการนอนน้อยไม่ได้ทำให้เกิดอาการเมาค้าง แต่ก็มีส่วนทำให้อาการนั้นแย่ลง เพราะการนอนน้อยทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และหงุดหงิดได้ง่าย

     

    5. อาหารเสริมก็ช่วยได้

    ในงานวิจัยพบว่าอาหารเสริมบางประเภทช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง เช่น

    • โสมแดง : อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของโสมแดงช่วยลดแอลกอฮอล์ในเลือด และลดความรุนแรงของอาการเมาค้าง
    • ขิง : การทานขิงผสมกับน้ำตาลทรายแดงและสารสกัดจากส้มเขียวหวาน สามารถช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย
    • โสมไซบีเรีย : อาหารเสริมที่มีสารสกัดของโสมไซบีเรียช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง และบรรเทาความรุนแรงของอาการในภาพรวม

              อาหารเสริมชนิดใหม่ที่กำลังให้ความสนใจกันอย่างมากในต่างประเทศก็คือ อาหารเสริมจากผลกระบองเพชรกินได้ที่เรียกว่า “Prickly Pear” เมื่อกินก่อนดื่มแอลกอฮอล์ 5 ชั่วโมงจะแสดงประสิทธิภาพในการลดอาการเมาค้างลงได้ถึง 62 % เลยทีเดียว

              นอกจากนี้วิตามินและแร่ธาตุบางอย่างก็แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในการรับมืออาการเมาค้าง ช่วยเติมเต็มวิตามินที่สูญเสียไปจากการดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูขึ้น

    • วิตามินดี : ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน (ทานก่อนดื่มแอลกอฮอล์)
    • วิตามินบีคอมเพล็กซ์ : ช่วยทดแทนวิตามินบีที่สูญเสียไปจากการดื่มแอลกอฮอล์  
    • กลูตาไธโอน : ช่วยปกป้องตับ
    • แมกนีเซียม : ช่วยฟื้นฟูระดับแมกนีเซียมในร่างกายที่เสียไปกับการดื่ม แมกนีเซียมเป็นสิ่งจำเป็นในการเสริมสร้างพลังงานและช่วยเรื่องการนอนหลับ

     

    6. ดื่มชาหมัก 

              เช่น ชาหมักเฟอร์เมน เต้ เพราะเป็นชาหมักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ จาก Glucuronic acid และ DSL ที่เกิดจากกระบวนการหมัก ซึ่งช่วยล้างพิษที่อยู่ในตับ สามารถช่วยเอาแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้


    ขอบคุณข้อมูลจาก

    https://www.samitivejhospitals.com/th/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C/#:~:text=%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%20%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%AD,%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3

    https://www.healthline.com/nutrition/7-ways-to-prevent-a-hangover

    https://www.medicalnewstoday.com/articles/322254.php

    https://hellokhunmor.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87/

    Leave a comment

    Please note, comments must be approved before they are published