NEW! Fermen Thé T-Revive ชาขาวผสมชาเขียวและสมุนไพรไทย 8 ชนิด

อุจจาระ...เรื่องใกล้ตัวที่บอกสุขภาพได้

          

          เมื่อพูดถึงอุจจาระอย่าเพิ่งร้องยี้ ! ถึงแม้มันจะเป็นของเสียจากร่างกายที่อาจจะดูน่าขยะแขยงในสายตาใครหลาย ๆ คน แต่เชื่อไหมว่า อุจจาระมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด ! เพราะอุจจาระเพียงนิดเดียวก็สามารถบ่งบอกได้ว่าตอนนี้สุขภาพของคุณเป็นอย่างไร ทั้งสี รูปร่าง ขนาด และกลิ่นของมัน สามารถบอกถึงสุขภาพได้ ถือเป็นการคัดกรองอาการป่วยเบื้องต้นแบบง่าย ๆ  วันไหนเข้าห้องน้ำแล้วก็อย่าลืมก้มดูและสังเกตกันนะ ว่าวันนี้อุจจาระของเรา สะท้อนสุขภาพเราไว้ว่าอย่างไร

 

 

ความเหมาะสมในการอุจจาระ

          รู้หรือไม่ ? คนส่วนใหญ่อุจจาระช่วงเวลาเดิมในทุก ๆ วัน โดยเฉลี่ยแล้วคนที่มีการย่อยอาหารที่ดีมักจะขับถ่าย 3 ครั้งต่อวัน อย่างไรก็ตามคนที่สุขภาพดีจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอุจจาระเท่านั้น ระยะเวลาในการขับถ่ายไม่ควรเกิน 10 - 15 นาที

 

 

 สีอุจจาระบอกอะไรเรา ?

          อุจจาระเป็นสิ่งที่เหลือจากการย่อยจากระบบทางเดินอาหารของสิ่งมีชีวิตโดยถ่ายออกทางทวารหนัก ซึ่งอุจจาระนั้นจะมีสีต่าง ๆ มากมาย คนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นแค่อุจจาระสีน้ำตาลหรือสีเหลือง แต่ความเป็นจริงแล้วอุจจาระมีหลากหลายสีสันมาก เช่น สีแดง สีเขียว สีเทา เป็นต้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้อุจจาระเกิดสีต่าง ๆ คือ “การรับประทาน” เช่น ยา ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม หรืออาหารต่าง ๆ นอกจากสีอุจจาระจะสะท้อนสิ่งที่รับประทานเข้าไปแล้ว สีอุจจาระยังบ่งบอกถึงสุขภาพ โดยแต่ละสีมีความแตกต่างกันจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • สีน้ำตาล - อุจจาระปกติ บ่งบอกว่ามีสุขภาพที่ดี ระบบย่อยอาหารทำงานดี
  • สีเหลือง - ปกติ แต่หากเป็นสีเหลืองจาง มีคราบมันและมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย เป็นอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับการดูดซึมของลำไส้หรือปัญหาเกี่ยวกับน้ำดี
  • สีเขียว - หากเป็นคนที่ทานผักเป็นประจำ หรือทานอาหารหรือยาบางประเภท เช่น ธาตุเหล็ก แล้วอุจจาระออกมาเป็นสีเขียว ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากไม่ได้ทานสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้นอาจเป็นอาการเริ่มต้นของท้องร่วง          
  • สีแดง - เกิดจากการกินอาหาร เช่น บีทรูท กระเจี๊ยบ มะละกอ หรือเครื่องดื่มสีแดงในปริมาณมาก แต่หากเป็นสีแดงที่มีเลือดปน มักเกิดจากริดสีดวงทวาร หรือเป็นสัญญาณของการมีเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่าง 
  • สีเทาอ่อน - ผิดปกติ บ่งบอกถึงภาวะตับหรือตับอ่อนมีปัญหา
  • สีดำ - เป็นสีอุจจาระที่ปกติหากทานอาหารหรือยาบางชนิด เช่น ตับหรือเลือด ยาบำรุงเลือด เป็นต้น แต่หากไม่ได้ทานสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้นอาจเป็นสัญญาณว่ามีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น หากมีสีดำเข้มต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจระบบทางเดินอาหาร
  • สีอ่อนจางเกือบขาว - ผิดปกติ เป็นสีที่แสดงว่าท่อน้ำดีอุดตัน ส่งผลให้อุจจาระขาดน้ำดี

 

** ข้อควรระวัง ** เมื่ออุจจาระเปลี่ยนเป็นสีแปลก ๆ ควรสังเกตตัวเองเพิ่มขึ้นว่าเป็นเพราะอาหารที่ทานเข้าไป หรือเป็นเพราะความผิดปกติของร่างกายจริง ๆ 

 

 

 รูปร่างอุจจาระก็บอกโรคได้

          นอกจากสี รูปร่างก็สำคัญ รายละเอียดดังต่อไปนี้

  • เป็นลำสวยผิวเรียบคล้ายกล้วยหอม

          ถือว่าเป็นรูปทรงอุจจาระที่สมบูรณ์และสุขภาพดีที่สุด ผิวเรียบ ไม่แข็งหรืออ่อนยุ่ยจนเกินไป

  • ก้อนเล็ก แข็ง คล้ายลูกกระสุน หรือขี้กระต่าย

          เกิดจากดื่มน้ำน้อย รับประทานอาหารที่มีกากใยไม่เพียงพอ หรือรับประทานยาที่ส่งผลให้ท้องผูก อุจจาจะแห้ง ผ่านลำไส้ยาก หรือมีอุจจาระค้างในลำไส้เป็นเวลานาน หากไม่รีบแก้จะทำให้เป็นท้องผูกเรื้อรัง ส่งผลให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในที่สุด

  • ก้อนเล็กๆ หลายก้อนรวมกัน 

          เห็นว่าเป็นก้อนเล็ก ๆ มารวมกันชัดเจน เป็นลักษณะของอาการท้องผูกเช่นกัน วิธีแก้คือดื่มน้ำให้มาก  รับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มมากขึ้น

  • ทรงรียาวคล้ายไส้กรอก ผิวขรุขระ ค่อนข้างแข็ง

          เป็นอุจจาระที่ปกติ แต่ค่อนข้างขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น

  • แตกๆ แต่เป็นชิ้นสั้นๆ 

          เป็นอุจจาระที่คุณภาพดี แต่อาจขาดสารอาหารหรือกากใย เนื่องจากการลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหาร

  • กึ่งเหลวกึ่งก้อน

          เป็นอาการเริ่มต้นของท้องเสีย หรือแบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุล หากถ่ายเหลวบ่อยๆ อาจส่งผลให้ขาดน้ำ หรือสารอาหารที่จำเป็น   ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมถึงเพิ่มโยเกิร์ตเพื่อปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้

  • เหลวเป็นน้ำ

          แสดงให้เห็นถึงอาการท้องเสีย หรืออาจติดเชื้อในลำไส้ ควรรับประทานเกลือแร่และจิบน้ำบ่อยๆ หากเป็นติดต่อกันมากกว่า 1 วัน ให้รีบพบแพทย์

 

หากอุจจาระมีสี/รูปร่างผิดปกติ ทำยังไง?

          การหมั่นสังเกตอุจจาระของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราทราบถึงปัญหาสุุขภาพในเบื้องต้นได้ ซึ่งหากสังเกตแล้วพบว่าอุจจาระมีสี / รูปร่างที่ผิดปกติ สิ่งที่ควรทำคือ งดทานอาหาร/เครื่องดื่ม ที่ทำให้เกิดสีผิดปกติดังกล่าว แล้วสังเกตอุจจาระภายใน 2 - 3 วัน หากยังมีสีที่ผิดปกติอยู่ ให้รีบพบแพทย์ รวมไปถึงเมื่อพบรูปร่างลักษณะที่เปลี่ยนไปของอุจจาระโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เช่น อุจจาระกลายเป็นเม็ดเล็ก ๆ  ให้รีบไปพบแพทย์เช่นกัน เพื่อวินิจฉัยหาอาการและรักษาต่อไป

 

 ขอบคุณข้อมูลจาก

 

Leave a comment

Please note, comments must be approved before they are published

Liquid error: Could not find asset snippets/gtranslate.liquid