NEW! Fermen Thé T-Revive ชาขาวผสมชาเขียวและสมุนไพรไทย 8 ชนิด

“ดวงตา” อวัยวะสำคัญที่ไม่ควรทำให้เสื่อมสภาพก่อนวัย

 

 



          ดวงตาของคนเรามีความละเอียดอ่อนและต้องการดูแลเป็นพิเศษ ในยุคที่ผู้คนหันมาสนใจเทคโนโลยี อยู่กับโซเชียลมีเดียหลายชั่วโมงต่อวัน แสงจากทั้งคอมพิวเตอร์และหน้าจอมือถือ ล้วนแล้วแต่ทำร้ายสายตาเราได้โดยไม่รู้ตัว ตามความเชื่อเดิม ๆ ว่า โรคต่าง ๆ ทางดวงตา หรือการเสื่อมสภาพของดวงตานั้นจะเกิดกับคนที่มีอายุมากแล้ว นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะไม่ว่าวัยไหนดวงตาก็สามารถเสื่อมสภาพได้เช่นเดียวกัน ด้วยการทำงาน อ่านหนังสือ การใช้สายตาหนัก ๆ ในกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้ “อายุตา” สูงขึ้นมากกว่าอายุของตัวเรา ดังนั้นเราจึงควรดูแลรักษาดวงตาให้ดีและมีประสิทธิภาพอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ดวงตาคู่เดียวของเรานั้นเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร


ดวงตาแข็งแรงได้ด้วยสารอาหารสำคัญ

          หลายคนอาจจะดูแลดวงตาด้วยเครื่องสำอาง สกินแคร์ต่าง ๆ ซึ่งนั่นเป็นเพียงการดูแลจากภายนอกเท่านั้น การบำรุงจากภายในก็สำคัญเพราะธรรมชาติได้สร้างอาหารที่มีประโยชน์ที่ช่วยฟื้นฟูสายตาได้เช่นกัน   

           ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่าการให้วิตามิน C, E เบต้าแคโรทีน, ธาตุสังกะสี และธาตุทองแดง มีประโยชน์ในการชะลอการเสื่อมมากขึ้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป  จากการวิจัยของแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ พบว่า การรับประทานอาหารเสริมที่มีสารอาหารดังต่อไปนี้ มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาได้

 วิตามินA

เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตา และมีบทบาทสำคัญในการมองเวลากลางคืน ซึ่งพบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง

วิตามินB

มีการศึกษาพบว่าวิตามิน B1 และB12 อาจมีบทบาทในการชะลอการเกิดต้อกระจกได้ โดยแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มาก ได้แก่ ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด เป็นต้น

วิตามิน C

 

มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ของร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่า อาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย ผลไม้ที่มีวิตามิน C มากได้แก่ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม เป็นต้น ประเภทผัก ได้แก่ กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ เป็นต้น

 วิตามิน E

เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา และจากการศึกษาพบว่า อาจมีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกเช่นเดียวกัน พบได้ใน น้ำมันธัญพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง เป็นต้น

  เบต้าแคโรทีน (Betacarotene)

เป็นสารตั้งต้นของวิตามิน A ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเรื่องการมองเห็นในเวลากลางคืนเช่นเดียวกับวิตามิน A พบมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น แครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง เป็นต้น ข้อควรระวังคือการรับประทานเบต้าแคโรทีนในรูปอาหารเสริมมากไปในคนที่สูบบุหรี่จะเพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งปอดได้

ลูทีน และ ซีแซนทิน (Lutein and Zeaxanthin)

เป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบในจุดรับภาพที่จอประสาทตา และเลนส์ตา มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่า มีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดต้อกระจก และโรคจอประสาทตาเสื่อม พบมากในผักโขม ไข่แดง ข้าวโพด บร็อคโคลี่

               ซีลีเนียม (Selenium)

เป็นสารอีกตัวหนึ่งที่ต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก พบได้ใน หอยนางรม หอยลาย ตับไก่ เมล็ดทานตะวัน

สังกะสี(Zinc)

มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และจากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการทำให้จอประสาทตาเสื่อมช้าลง โดยสังกะสีพบมากใน หอยนางรม ตับ เนื้อสัตว์

โอเมก้า 3 (Omega-3)

เป็นกรดไขมันที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะตาแห้ง ซึ่งพบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ผลไม้ที่พบได้ เช่น กีวี่ เป็นต้น

 

ดวงตาก็เป็นอวัยวะที่ออกกำลังกายได้

ไม่ใช่แค่แขน หรือขาเท่านั้นที่ออกกำลังกายได้ แต่ตาก็ออกกำลังกายได้เช่นกัน ! มีวิธีบริหารดวงตามากมาย ดังนี้

1. เปลี่ยนโฟกัส

- จับนิ้วชี้ห่างจากดวงตาของคุณสองสามนิ้ว

- เน้นที่นิ้วของคุณ

- เลื่อนนิ้วของคุณออกจากใบหน้าช้าๆโดยจับโฟกัส

- มองออกไปครู่หนึ่งในระยะทาง

- มุ่งเน้นที่นิ้วที่ยื่นออกมาของคุณและค่อยๆนำกลับมาที่ดวงตาของคุณ

- มองออกไปและโฟกัสไปที่บางสิ่งในระยะไกล

- ทำซ้ำสามครั้ง

2. กฎ 20-20-20

          เราไม่ควรมองวัตถุชิ้นเดียวเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่ต้องจ้องจอคอมทั้งวัน สำหรับคนที่มีความจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เกือบทุวัน วันละหลายชั่วโมงทุกวัน กฎ 20 - 20 - 20 อาจช่วยป้องกันอาการตาได้ วิธีบริหารตาแบบ 20 - 20 - 20 คือ “ ทุก ๆ 20 นาทีให้มองสิ่งที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุตเป็นเวลา 20 วินาที ”

เคล็ดลับเพื่อสุขภาพตาที่ดี

  ถึงแม้ว่าจะรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงดูแลสายตา แต่การรับประทานอาหารอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะการบำรุงดูแลสุขภาพตานั้นต้องควบคู่ไปกับการกระทำที่ดูแลดวงตาอย่างดีไปพร้อม ๆ กันด้วย ดังนี้

  1. พบจักษุแพทย์ทุก ๆ 1 - 2 ปี
  2. สวมแว่นกันแดดเมื่อออกไปข้างนอก ปกป้องดวงตาจากการทำลายของรังสี UV ด้วยแว่นกันแดดโพลาไรซ์ที่ป้องกันแสง UVA และ UVB
  3. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  4. ควบคุมน้ำหนักเพื่อสุขภาพ
  5. สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาเมื่อเล่นกีฬาหรือทำงานที่มีผลกับดวงตา
  6. ตรวจเช็คน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ
  7. กินเพื่อสุขภาพ อาหารที่ดีจะทำให้ดวงตาแข็งแรงได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

Leave a comment

Please note, comments must be approved before they are published

Liquid error: Could not find asset snippets/gtranslate.liquid